ღ Ⓒⓐⓚⓔ ღ 的个人资料o(⌒0⌒)o ღ Ⓒⓐⓚⓔ ღ (...照片日志列表 工具 帮助

日志


2006/6/16

หัวข้อ : ^^ธรรมะสมัยใหม่ ของวัยรุ่น 2549^^





+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่โง่
เเต่ถ้าฟังโปเตโต้  ถึงมีรักเเท้เเต่ก็ดูเเลไม่ได้
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ตาใส่เเจ่ม
เเต่ถ้าฟังบอดี้เเสลม  มักจะโทษว่าความรักทำให้คนตาบอด
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เพ้อเจ้อ
เเต่ถ้าฟังพีชเมกเกอร์  จะละเมอถึงเเต่เรื่องบนเตียง
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ปากเราติดดิสเบรก
เเต่ถ้าฟังเบิร์ด-เสก  ถึงอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจเราชอกช้ำ
เเต่ถ้าฟังไอน้ำ จะชอกช้ำเพราะรักคนมีเจ้าของ
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เหงาหงอย
เเต่ถ้าฟังเสนาหอย จะเเอบเหงาคนเดียว
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่งมงายในความเชื่อเเละศรัทธา
เเต่ถ้าฟังทาทา มักจะพูดว่า ไอ บีลีฟๆ
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันอย่างไม่ต้องนอนละเมอ

เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์  มักจะเจอรักแท้ในคืนหลอกลวง
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่เน่าเสีย
เเต่ถ้าฟังนัท มีเรีย มักจะโทษว่า  รักไม่ช่วยอะไร
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันจนสิ้นชีวิน
เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน เเล้วจะบอกว่า ถ้าเขามาฉันจะไป
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราไม่คุยโม้
เเต่ถ้าฟังโปเตโต้  จะถูกต่อว่าปากดีนะเรา
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรามีสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน

เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์  เพียงเเค่วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล่
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเจอคนดีเสมอ
เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์  มักจะเจอผู้ร้ายคนใหม่
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเข้าใจกัน
เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ บอกได้คำเดียวว่า ยิ่งกว่าเสียใจ
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรารักกันยิ่งกว่าชีวิน
เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน  จะเป็นได้เเค่เพื่อนสนิท
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจใสเเจ่ม
เเต่ถ้าฟังว่าน วงเเพลม  จะตัดพ้อต่อว่า ไม่บอกให้รู้สักเรื่องได้ไหม
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เเรด
เเต่ถ้าฟังบิ๊กเเอส มักจะเล่นของสูง
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่หยิ่งยะโส
เเต่ถ้าฟังติ๊ก ชีโร่
จะโอหังว่า  รักไม่ยอมเปลี่ยนเเปลง
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจเปล่งปลั่ง
เเต่ถ้าฟังอาหรั่ง จะคุ้มคลั่งว่า  ทำบ้า....ทำบ้าอะไร
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ดีที่ใจมิใช่เพียงเเค่หน้าตา
เเต่ถ้าฟังปนัดดา  ก็จะรู้เพียงว่า ขอเป็นคนเลวที่รักเธอ
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่สั่นคลอน
เเต่ถ้าฟังสุนทราภรณ์  เเล้วเธอจะรู้สึก!!
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เปลืองเเรง
เเต่ถ้าฟังพรศักดิ์ ส่องเเสง  จะเปลืองเเรง เพราะ มีเมียเด็กต้องหมั่นตรวจเช็คใครโทรมา
 
 + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้สอบผ่านทุกๆ ปี
เเต่ถ้าฟังเเอน
สุชาวดี  มักจะติดร.วิชาลืม
 
 
 ***คติ***
 
ไม่มีใคร!! มีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้ เพราะ.....
คนที่มีค่าพอสำหรับคุณนั้น ย่อมไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด....

พระมหาสมภัค กิตฺติปญฺโญ...กุฏิ 37
2006/6/12

เมื่อไหร่กรูจาผอม....

วันหยุดกับการอ่านหนังสือนี่ทำให้คนเราอ้วนขึ้นจิงๆ
 
ไม่กล้าชั่งน้ำหนักเพราะเดี่ยวกรีดดด ลั่นบ้าน
 
แล้วปะป๊าจะเขวี้ยงรองเท้าขึ้นมา
 
คุยกะบุ๊คแล้วอิจฉา มานบอกว่าบ้านบุ๊คกินอะไรก็ไม่อ้วน....
 
โอ้วว จอร์ดดด ถ้าไปนั่งเล่นที่บ้านมานแล้วผอมแบบมานก็ดีเด้....
 
จาไปนอนที่นั้นเลยละเหอๆ
 
ม่ายได้ไปพัทยาอีกเพราะพ่อมะห้ายไป....
 
กะไปกินเหล้าให้อ้วกออกมาให้หมดไส้หมดพุงซะหน่อย
 
เสียดาย.....
 
แต่เอ๋....โอ๊ด ไปสระบุรีนี่หว่า มานจาซื้อกระหรี่ปั้บมาฝากป่าวว้า......
 
(เห้ยไอเค้ก...นี่แกยังคิดจากินอีกหรอ....)
 
ม่าม้าก็ขยันซื้อมาซะเจ้งงง
 
โอ้ยยย อยากกลับไปผอมเหมือนตอนเข้าเกษตรมาใหม่ๆ
 
> <"
2006/6/3

ช่วงนี้ดวงความรักมานมาแรงเจงๆ

 
ช่วงนี้ไม่รุเปงราย
 
มีคนมาทำให้กระชุ่มกระชวยเยอะแยะไปหมด
 
เอิ้กๆ
 
ถึงนายจะเป็นเด็กราม......
 
แต่นายน่ารักดีน้า...
 
เอิ้กๆ
 
เอาเบอร์ไปแล้วอย่าลืมโทรมาคุยกานน้า
 
กร้ากๆๆๆๆๆ
2006/5/28

โย้ววววววมีน้องกะเค้าแล้วเว้ยยยยย

หลังจากที่ตัดสินใจไม่ซิ้วในนาทีสุดท้าย แต่เวลาในการโอนตังหมดพอดี....^^"
 
เลยต้องลงทะเบียนล่าช้าไปตั้งวันที่31นู้นนนนน ><"
 
มะเปงรายเพราะเค้กได้ลงทะเบียนรอบตั้งบ่าย3 มานคงจะมีเซคว่างๆให้เค้กลงอะน่ะ
 
เหอๆ ค่ามานก็พอๆกานละว้า
 
 
พอตกกลางคือก็เห็นนู๋ฝลบอกว่า เห้ยได้เมล์น้องมาคนนึงชื่อโกะ
 
น้านนน ไอเราก็อยากแกล้ง เลยปลอมชื่อในเอ็มเป็นน้องโบซะเลย
 
อิอิ
 
 
วันที่น้องๆสอบสัมภาษณ์ อิอิ หนอนนี่เดินขวักไขว่เจงๆ
 
ผู้ปกครองก็เยอะ...
 
แต่มีคนนึงพี่ขอไม่บอกละกันว่าใครแต่พี่แอบเคืองนิดๆ
 
มาบอกว่าที่จิงลูกเค้าติด นานาชาติสิรินทรธรรมศาสตร์แล้ว..
 
^^"
 
จาบอกเพื่อ.....อยากจะบอกอะน่ะว่าสิรินธรน่ะ เข้าง่ายโคตรรร
 
แค่มีเงินก็เข้าได้แล้วว

แล้วมีหลายๆเรื่องที่เค้าว่าเกษตรของเรา ว่าบ้านนอกอย่างนู้นอย่างนี้

แค่ตึกเรามันเก่าแล้วทำไมต้องว่ารวมทั้งเกษตรด้วยว่ะ คุนธรรมศาสตร์

ว่าให้ใครฟังไม่ว่า ดั้นนนมาว่าต่อหน้าคนที่รักเกษตรอย่างช้านนนน
มาบอกว่าตอนแรกจาให้ลูกเข้าเอแบค ไอเราก็บอกเค้าไปเหมือนกัน
 
ว่าเมื่อปิดเทอมสองเดือนที่ผ่านมา ช้านไปเรียนมาแล้ว แต่สังคมที่นู้นมานรับไม่ไหวเว้ยเลยกลับมา
 
เป็นไง...ไม่ว่าเจ้นี่จาพูดอะไรไอเราก็เคยไปหมดแล้ว เจ้เค้าก็หมดสิ่งที่จะมาโม้แล้วเค้าก็เลยเปลี่ยนเรื่อง
 
เช้ออ แน่จิงก็หามาอีกดิว่ะ
 
 
เรื่องนั้นช่างมาน เรามาเข้าสู่เรื่องดีๆ ดีกว่า
 
 
หลังจากที่สัมพาดน้องเสร็จ พวกพี่ๆหนอนเหนินก็นัดกันไปประชุมกันที่ลับอิอิ
 
พวกเต้นสันก็ซ้อมกันถึง 2 ทุ่มถึงจะได้กลับบ้าน
 
อาน้าคนอื่นเค้าก็อยู่หอหรือไม่ก็มีคนมารับอะน่ะ
 
แต่ไอเรานี่สิ ต้องขึ้นรถเมล์กลับ บ้านแม่งก็อยู่ไกล๊ไกล กว่าจะถึงบ้านก็เกือบ 3 ทุ่มครึ่ง
 
โอ้วจาเปงลม ต้องเข้าเอ็มมาหลอกน้องต่ออีก คิกๆ
 
 
นอนตี1ครึ่ง ตื่นมาตี5 (เพราะเค้านัด 7 โมงที่นู้น)เหอๆ ซัดกระทิงแดงไปขวด
 
รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เอิ้กๆ
 
ไปถึงทำความสะอาดซุ้มไรเสร็จ ก็เอาละเว้ย เรียกน้อง.....
 
น้องว่าง่ายดีอาเรียกก็มา เชื้องเชื่อง....^^ มะช่ายแระ
 
น้องปีนี้ดีว้า....ช้อบชอบ ให้เต้นก็เต้น เอิ้กๆ ต้องอย่างงี้สิน้องพี่
 
น้องก็เหนื่อย พี่ก็เหนื่อย...
 
แต่ถ้าน้องสนุกกันก็ทำให้พี่หายเหนื่อยแล้วละน้องเอ้ยย.....
 
 
^ ^
 
 
รักน้องๆ KU 66/mgt42 opm fin ทุกคนมากเลยยยยยย..............
2006/5/18

รายนี่.....โอ้ววววว.......เพื่อนช้าน........

เพื่อนช้านเป็นอารายกานโหม้ดดดด
2006/5/7

i want to know.......

i want to know...
 
what he think about me
 
i want to know...
 
why he say to me like that
 
i want to know...
 
every thing in his life
 
i know he is a caver guy
 
he done to me like his doll
 
but i like to be his doll that he like to hug
 
all day and all night
 
 
i think i will fall in love with him
 
 
i wonder how did i do when i stand before him
 
2006/4/29

เฮ้อออ......

 
 
 
เคยเป็นมะ
 
เพื่อนเยอะโคตรรรรร
 
แต่รู้สึกเหงาอะ......
 
สับสน....
 
จาเข้าเบญจเพศอยู่แระ
 
ยังตัดสินใจอะไรเองไม่ค่อยได้เลย....
 
เบื่อตัวเอง..
 
เรื่องความรักก็ สุดตีนน
 
คนที่เราไม่รักไสนใจดันรักเรา
 
คนที่ไม่สนใจไม่รักเรา เราดันรัก...
 
โอ้ยยย เจ้า จอร์ดดดดด
2006/4/12

เรียนที่เอแบคมา2อาทิด

จะเรียกว่าซวยหรืออาไรดีน้อออ
 
หอที่ไปอยู่....หยั่งกะอยู่หอชาย...
 
เค้กพักหอนึงที่ชั้น7 มีผู้หญิงอยู่แค่ห้องเดียวนอกนั้นผู้ชายหมดเลย..^^"
 
แหม่ๆ เฮียแกเล่นดูดปุ้นกันทุกห้องเลยหว่ะ
 
ปุ้นคืออะไรอาหรอ..ก็คือเนื้อไง....
 
เนื้อคืออะไรหรออ ก็กัญชาไง...
 
ทางเข้าก็ไม่มีไฟ...ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงหรือไงฟร้า
 
มีข่าวเรื่องผีเยอะซะด้วย....
 
ต้องไปสืบมาหน่อยแล้ว.....
 
เมื่ออาทิดที่ผ่านมา มีพี่ที่ร้านข้าวชวนกินเหล้า...
 
เป็นครั้งแรกที่กินแล้วเมาจนอ้วกเลยอะ
 
ก็ให้เพื่อนดูแลไง...ก็เลยกล้ากินอิอิ.....
 
เล่นไพที่หอเพื่อนตาละ5บาทเอง...ได้มา 150 อะ เล่น 3 วัน
 
เพื่อนใหม่เยอะดี อายุ18ทั้งนั้นเลย รู้สึกตัวเองแก่ยังไงก็มะรู้....
 
^^"
 
เค้กรู้สึกว่า อยู่เกษตรแล้วรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยกว่า....
 
ถึงแม้จะมีร้านก๋วยเตี๋ยวคอยก่อกวนก็ตาม....
 
อยู่ที่นี้เหมือนต้องระวังตัวตลอดเวลา...
 
คล้ายๆกับตอนไปเที่ยวกลางคืน...มีผู้ชายแบบนั้นเยอะมาก....
 
มันทำให้คนอย่างเค้กก็กลัวน่ะ.....
 
คิดถึงเกษตร....TooT
 
ปล. จันนี้ต้องโทรไปแก้ที่ทะเบียนซะหน่อย...มานดันลงให้เค้กเป็นผู้ชายอา........ MR. <<<<ไอเนี้ยมานผู้หญิงหรือไงฟร้า.....ไม่ว่าจะเปิดไปดูข้อมูลของตัวเองหน้าไหนก็เจอแต่ MR. จองหอในไปซะด้วย..ถ้าได้อยู่หอชายขึ้นมาทำไงดีเนี้ย....(ก็ชอบอะดิ..) เฮ้ยยยบร้าแล้ววว ของเค้กต้อง MS.สิฟร้าแม่ง...
2006/3/21

เบื่อ.....เหนื่อย....โอ้ว....เซ็ง.....

 
 
 
 
 
อยากจะบอกมันผู้นั้นว่า......
 
 
 
 
 
 

 

 

จาบร้า....เจอแต่ไรก็มะรู้ปิดเทอมนี้......

 

ทะเลาะกะปะป้าด้วย....

 

 

 

เซ็งๆๆ....มะมีหนุ่มๆมาให้เชยชมเลย (ออกแนวหื่นแล้วกรู....)

 

 

 

ม้ายมีเวลาวิ่งเลย.....

 

แล้วจาผอมมะเนี้ย........

 

 

 

 

 

กิ้บกิ้วววว.....เป็นเด็กเอแบคแล้วเฟร้ยย!!

 

ไปสมัครมาวันนี้เอง.....

 

เด็กเอแบคหล่อเยอะหว่ะ....

 

เอิ้กๆ.....

 

 

 

 

 

   อยากไปเที่ยวกะเพื่อนๆอา..........    คิดถึงๆๆๆๆๆ อยากมีปิดเทอม.......

 

 

2006/3/13

ผู้ชายนับ10 ผู้หญิงนับ0 จาก Fw mail

ผู้ชายนับ 10 ผู้หญิงนับ 0
>>>
>>> 
>>>
>>>ผู้ชายนับ - 10.
>>>ผมเกือบเดินกลับเข้าออฟฟิศแล้วสิ ถ้าไม่เห็นเธอเดินเข้ามา
>>>นางฟ้าของผมวันนี้เธอใส่เสื้อสีขาว กระโปรงสีชมพู
>>>เธอดูน่ารักเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นแก้มแดงๆ
>>>ผมเดินเสไปเสมาหาอะไรกินอีกหน่อย ทั้งๆ ที่อิ่มจะแย่แล้ว
>>>ทั้งนี้ก็เพื่อเฝ้ามองนางฟ้าเวลาพักเที่ยงของผม
>>>อยากรู้จักเธอจัง
ทำไงดีหว่า
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้หญิงนับ - 0.
>>>ฉันสังเกตเห็นเขาตั้งหลายวันแล้วละ คนอะไรก็ไม่รู้
>>>กินเส้นเล็กน้ำเนื้อเปื่อยได้ทุกวัน ไม่รู้จักเบื่อมั่งเลย
>>>หน้าตาเขาตลกดีนะ นี่ถ้าเขาจะสร้างหนังโดราเอมอนเดอะมูฟวี่
>>>ฉันคงจะอี-เมล์ไปบอกผู้กำกับให้มาเชิญพี่แกไปเล่นเป็นโนบิตะ
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้ชายนับ - 9.
>>>วันนี้ผมตัดสินใจจะแอบตามเธอไปดูว่าเธอทำงานที่ไหน
>>>เพราะเธอไม่ใช่พนักงานบริษัทเดียวกับผม แต่ที่แน่
>>>กว่าเธอจะลงมากินข้าวก็เกือบบ่าย และกว่าจะกลับก็จวนบ่ายสอง
>>>แต่ที่ทำงานเธอคงอยู่แถวนี้แหละ
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้หญิงนับ -1.
>>>พี่กุ้งชี้หมอนั่นให้ฉันดูแล้วหัวเราะคิกคัก อีตาโนบิตะนั่นเอง!
>>>เขาทำเป็นเดินโทรศัพท์ตามพวกเรามาห่างๆ

>>>สงสัยพี่แกจะแอบชอบใครสักคนในกลุ่มเราแน่ๆ เลย
>>>(สงสัยจะเป็นพี่กุ้งแฮะ ก็เธอสวยออกซะงั้น) เอ..เอาเข้าจริงๆ
>>>อีตานี่มองจากมุมเฉียงๆ ก็ดูดีเหมือนกันนะ
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้ชายนับ - 8.
>>>เธอทำงานแถวนี้จริงๆ ด้วย เธอทำงานอยู่ในสถานทูตแห่งหนึ่งในหลายๆ
>>>แห่งแถวนั้น แต่เป็นหน่วยงานย่อยเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความร่วมมือ
>>>และเป็นโรงเรียนสอนภาษาไปในตัวด้วย โรงเรียนสอนภาษาเหรอ...
>>>เออเข้าท่า
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้หญิงนับ - 2.
>>>อีตาโนบิตะถ้าจะเอาจริงแฮะ! วันนี้บุกมาถึงที่เลย
>>>มาหยิบโบรชัวร์อะไรให้วุ่นเลย อยากรู้เหมือนกันแฮะว่าแกจะมาจีบใคร
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้ชายนับ - 7.
>>>พักเที่ยง ผมยังไม่ไปกินข้าว แต่เดินมานั่งกินกาแฟอยู่ที่
Cafe
>>>ของสถานทูต รอนางฟ้าเสด็จลงมาเสวยภักษาหาร
>>>หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ... ที่นี่เขาใช้กาแฟพันธุ์อะไรมาชงเนี่ย
>>>เมื่อเธอลงมา คราวนี้ผมจะต้องชวนเธอคุยให้ได้
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้หญิงนับ -3.
>>>“นี่ พี่กุ้ง อีตาโนบิตะมารอพี่แหนะ นั่งกินกาแฟอยู่ที่คาเฟ่ด้วย”
>>>“จริงง่ะ! เขาสมัครเรียนอะไรหรือเปล่าอ่ะ..หนิง”
>>>“ไม่หรอกพี่ เขามารอพี่อ่ะแหละ
>>>สงสัยวันนี้พี่กุ้งไม่ได้กินข้าวกะพวกหนูแล้วละ”
>>>“บ้า เหลวไหล!!!”
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้ชายนับ - 6.
>>>“คุณครับ ทำงานที่นี่ใช่หรือเปล่าครับ”
>>>ผมเดินเข้าไปถามเธอ “ผมสนใจจะเรียนภาษาฝรั่งเศสครับ
>>>แต่มีคอร์สไหนสำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างผมมั่งไหมครับ”
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้หญิงนับ
-4.
>>>อีตาโนบิตะเขาเข้ามาคุยกับฉัน เขาถามฉัน!!! เขามารอฉันหรอกเหรอเนี่ย
>>>แล้วอย่างงี้ ทุกวันที่เขามอง...ก้อ.... หวาย
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้ชายนับ - 5.
>>>วันนี้เธอน่ารักเป็นพิเศษขึ้นอีกหลายเท่า แก้มงี้แดงน่ารักเชียว
>>>เธอบอกให้เพื่อคนอื่นไปทานข้าวกันก่อน ส่วนเธอยอมเข้ามาคุยกับผมใน
>>>Cafe และแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนให้ฟัง
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้หญิงนับ -5.
>>>พี่กุ้งน่ะสิ ทำขยิบหูขยิบตาให้ฉันคุยกับเขา จะบ้าเหรอ
>>>แต่ก่อนที่ฉันจะทันตอบอะไรได้ พี่กุ้งก็ชิงบอกว่า “อ๋อ ยินดีค่ะ
>>>มีอะไรก็ปรึกษาน้องหนิงได้นะคะ น้องเขาดูแลเรื่องนี้อยู่พอดีค่ะ”
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้ชาย
>>>-
ผู้หญิง
>>>“คุณ...เคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมาบ้างหรือเปล่าคะ”
>>>“ไม่เคยครับ เอ้อ...ผมชื่อเอกครับ...”
>>>“หนิงค่ะ”
>>>“หนิงทำงานที่นี่นานหรือยังครับ หนิงจบเอกภาษานี้มาเหรอครับ”
>>>“ค่ะ หนิงเพิ่งจบได้ปีเดียวเอง”
>>>“ขอผมเลี้ยงข้าวนะครับ หนิงอุตส่าห์คุยกับผมตั้งนาน
>>>อดไปกินข้าวกับเพื่อนเลย”
>>>“อุ๊ย อย่าเลยค่ะ ในนี้แพงออก ไว้คราวหน้าดีกว่าค่ะ”
>>>คราวหน้า!!! คราวหน้า ได้ยินกันไหมครับ ท่านผู้ฟัง เข้าทางผมเลย
>>>บ้า!!! ฉันพลาดไปได้ไงอ้ะ
>>>“อ้อ...ก้อ เอ้อ มีค่ะ ... 0 1 6 1 5...”
>>>ให้เบอร์เค้าไปทำไมอ่า... แง้ๆๆๆๆ
>>>ฉันจิกกระดาษทิชชูในมือจนเละเป็นปุยเหมือนปลาดุกฟู
>>>
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้ชายนับ - 4.
>>>ผมคุยกับน้องหนิง (เธออ่อนกว่าผมสี่ปี) สองสามคืนติดต่อกัน

>>>คืนละหลายๆ ชั่วโมง ตอนกลางวันก็ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน
>>>แต่ก็ได้แค่นั้นเองง่ะ...
>>>พอจวนบ่ายสองก็แยกย้ายกันไปทำงานเคยลองชวนไปดูหนังเธอก็บอกไม่อยากดู
>>>ตอนเย็นก็ต้องรีบกลับบ้าน ไปนั่งที่ไหนต่อก็ไม่ได้ สงสัย
>>>เดี๋ยวกลับบ้านช้าแม่จะดุละมั้ง
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้หญิงนับ - 6.
>>>พี่ๆ ล้อว่าฉันเป็นแฟนอีตาโนบิตะ เอ้ย! พี่เอก ไม่ใช่ซะหน่อย
>>>ก็แค่เพื่อนคนนึง ทำงานอยู่ใกล้ๆ กัน
>>>ตอนกลางวันต่างคนต่างก็ต้องกินข้าวอยู่แล้ว
>>>ให้เขากินด้วยอีกคนจะเป็นอะไรไป
>>>แต่พี่เอกเค้าคุยสนุกดีเหมือนกันนะ ฟังเขาคุยทีเพลินเลย
>>>บางทีนึกว่าคุยแป๊บเดียว ที่ไหนได้ ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้ชายนับ - 3.
>>>น้องหนิงน่ารักจริงๆ และเธอเป็นนางฟ้าจริงๆ เธอช่างมองโลกในแง่ดี

>>>สวยงาม และใสสะอาด เสียจนผมละอาย... ผมเริ่มได้คิดว่า
>>>ผมเหมาะกับเธอหรือเปล่า ผมสามารถใช้ชีวิตแบบเธอได้ไหม
>>>การเลี้ยงดูของเรามันต่างกันเหลือเกิน
>>>เธอไม่เคยพบกับความยากลำบากและสิ่งอันชั่วร้ายอะไรในโลกเลย...
>>>
>>>ถ้าเธอเป็นนางฟ้าจริงๆ ส่วนผมน่ะเหรอ เรียกว่าคนเดินดินยังยากเลย
>>>เธอเรียนจบจากโรงเรียนสตรีชื่อดัง จบมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียง
>>>และเข้าทำงานกับสถานทูต
>>>ส่วนผมน่ะเหรอ... อย่าให้เล่าเลยคุณ ยาว
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้หญิงนับ - 7.
>>>พี่เอกนี่มีอะไรมากมายกว่าที่ฉันคิดแฮะ
>>>พี่เขาผ่านอะไรต่ออะไรในชีวิตมามากมายกว่าที่จะนึกถึง
>>>เขาไม่เหมือนใครที่ฉันรู้จักเลย เขาเริ่มต้นจากเด็กเกเรคนหนึ่ง
>>>ลองมาหมดแล้วอะไรแสบๆ ทั้งหลาย เหล้า ยา การพนัน
>>>เคยเข้าบ้านเมตตาก็เคย

>>>แต่แล้วเขาก็สามารถตั้งใจเรียนจนจบทั้งการศึกษานอกโรงเรียน
>>>และเรียนมหาวิทยาลัยเปิดจนจบด้วยตัวเองตลอด
>>>และทำงานในบริษัทใหญ่ขนาดนี้ได้ในตำแหน่งและเงินเดือนที่ไม่น้อยทีเดียว
>>>ฉันทึ่งในชีวิตของพี่เขาเหลือเกิน
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้ชายนับ - 2.
>>>วันนี้ตอนเช้า ผมซื้อดอกไม้ให้เธอ... เพราะรู้ว่าเธอจะมีแจกันใบเล็กๆ
>>>ใส่ดอกกุหลาบน่ารักๆ เอาไว้บนโต๊ะทำงานเสมอ
>>>แต่เธอรับไปแล้วก็ไม่ว่าอะไรสักคำ... ตอนเที่ยง
>>>ผมไปหาเธอที่ห้องทำงานตามปกติ
>>>ดอกไม้บนโต๊ะทำงานเป็นดอกเดียวกับที่ผมเห็นเมื่อวาน....
>>>เธอไม่ได้เอาดอกไม้ที่ผมให้มาปักแจกันหรือนี่...
>>>สงสัยดอกไม้ถูกๆ ช่อเล็กๆ ซื้อที่สถานีรถไฟฟ้าแบบนี้
>>>มันคงจะไม่ถูกใจเธอละมั้ง
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้หญิงนับ
- 8.
>>>พี่เขาให้ช่อดอกไม้เล็กๆ กับฉันละ... มันน่ารักจนฉนพูดอะไรไม่ออกเลย
>>>แม้แต่คำว่าขอบคุณ
>>>สงสัยฉันต้องรีบไปหาซื้อซิลิก้าเจลมาเก็บดอกไม้นี่เสียแล้วสิ...
>>>ไม่อยากให้มันเหี่ยวไปเลย
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้ชายนับ
>>>- 1.
>>>ผมพยายามที่จะยอมรับความจริง ว่าผมกับเธอนั้นแตกต่างกันแค่ไหน...
>>>นางฟ้าก็มีไว้สำหรับคนบนฟ้า...ผมคิด ผมพยายามทำงานให้หนักขึ้น
>>>กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงเหมือนเดิม และคุยกับเธอให้น้อยลง
>>>(หรือถ้าให้ถูก เธอเองก็ไม่ค่อยโทรหาผมสักเท่าไรแล้วช่วงนี้)
>>>ผมจะจำเธอไว้ในฐานะความทรงจำที่สวยงามแล้วกัน
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้หญิงนับ - 9.
>>>เพื่อนฉันที่ทำงานบริษัทเดียวกับพี่เอกบอกว่า
>>>ช่วงนี้พี่เขาทำงานหนักมาก... บางวันสี่ทุ่มก็ไม่ยอมกลับบ้าน

>>>มาถึงก็ก่อนแปดโมง
>>>ฉันก็เหงานะ แต่เราก็ชอบที่พี่เขาเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ
>>>ผู้ชายที่มีพลังและความรับผิดชอบ ที่พุ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา
>>>
>>>สิ่งที่ฉันทำได้
>>>ก็คือให้เขาทำสิ่งที่เขาตั้งใจนั้นอย่างเต็มที่โดยไม่ขัดขวางหรือแง่งอน...
>>>ถึงจะไม่ได้คุยกับพี่เขาบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ...
>>>ไว้ถ้าพี่เขาว่างๆ คราวนี้ถ้าจะชวนไปดูหนังหรือกินข้าวเย็นบ้าง
>>>ฉันจะไปละนะ
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้ชายนับ - 0.
>>>ผมทำงานจนเกือบบ่ายสองแล้วนึกได้ว่าลืมกินข้าว
>>>“พี่เอกคะ ทานข้าวมั่งป่ะเนี่ย” น้องออย
>>>เด็กฝึกงานมาถามผมด้วยความเป็นห่วง “ออยไปซื้อให้ไหมคะ”
>>>“ไม่เป็นไรหรอก พี่ไปกินเองก็ได้ แล้วออยล่ะกินหรือยัง”
>>>เธอสั่นหน้าแทนคำตอบ
>>>“งั้นไปกินข้าวกับพี่ไหม...
พี่เลี้ยงเอง”
>>>น้องออยพยักหน้าตอบรับ... เออ วันนี้น้องออยแก้มสีชมพูเลย
>>>
>>>
>>>
>>>ผู้หญิงนับ -10.
>>>“พี่กลับไปก่อนนะหนิง”
>>>“ค่ะ เดี๋ยวหนูรอแถวนี้อีกแป๊บนึงแล้วกันนะ”
>>>พี่เอกคงงานยุ่งจนไม่ได้ออกมาทานข้าว
>>>วันนี้แหละ ถ้าพี่เอกชวนฉันไปดูหนัง ฉันจะไปดูกับเขา...
>>>
>>>
>>>
>>>มันสายเกินไปหรือเปล่านะ..
>>>
>>>
2006/2/24

ก่อนไม่มีให้กอด -- เรื่องจริงจาก รร.อัญสัมชัญ

ใครที่ยังลังเล ที่จะตอบแทนพระคุณพ่อ-แม่
อ่านไว้ซะนะ
 
เวลาที่มีไม่มาก รีบๆ เข้า
เรื่องจริงจาก รร.อัญสัมชัญ
แล้วจะกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ ......
 
เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับ "มิสอุไรพร"
ครูที่มีจิตวิทยาสูงในการสอนเด็ก 

รักใดไหนเล่าเท่ารักแม่...วีรกรรมสุดยิ่งใหญ่ของแม่ที่ลูกทุกคนต้องอ่าน!

ตึกเซนต์หลุยส์มารี โรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม ราวกลางปี
พ.ศ.2539

"มิสคะ"

ช่วงพักเที่ยงจะมีผู้ปกครองมารอพบสองท่านที่หน้าห้องรับรองค่ะ”
โทรศัพท์แจ้งจากห้องประชาสัมพันธ์ทำให้มิสอุไรพร
นาคะเสถียร

ครูสาวประจำระดับชั้นป.4 รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เพราะจำได้ว่ามีการโทรนัดหมายจะมาพบจากคุณแม่ท่านหนึ่งเพียงท่านเดียวในวันนี้
เอ...ใครล่ะนี่ จะมีเรื่องอะไรรึเปล่านะ
เมื่อมิสอุไรพรเดินมาถึงหน้าห้องประชาสัมพันธ์
ครูสาวก็แทบยกมือรับไหว้จากสุภาพสตรีทั้งสองท่านไม่ทัน


หากก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นคุณแม่ท่านหนึ่งยกมือไหว้แต่เพียงแขนข้างเดียว
อย่างไรก็ตามมิสได้เชิญคุณแม่ท่านแรก
เข้าไปคุยก่อนตามลำดับการนัดโดยเก็บงำความแปลกใจไว้ 

หลังจากคุยกับคุณแม่ท่านแรกเสร็จมิสจึงเชิญคุณแม่อีกท่านเข้ามาคุยในห้องรับรอง
ภาพแรกที่ได้เห็นชัดๆทำให้ครูสาวตกใจเล็กน้อย
แขนซ้ายของคุณแม่เป็นแขนเทียม คุณแม่มาปรึกษาเรื่อง
การเรียนของลูก

เพราะไม่ได้มาในวันนัดพบผู้ปกครองประจำปีเมื่อต้นปีการศึกษาที่ผ่านมา
“ลูกเขาไม่อยากให้มา
เขาว่าเขาอายที่แม่ใส่แขนเทียม
กลัวโดนเพื่อนล้อแม่มาทีเพื่อนก็ล้อกันประจำว่าแม่แขนเดียว
แม่เป็นหุ่นยนต์เหรอ
อะไรนี่น่ะค่ะ เลยไม่ได้มา”
น้ำเสียงของคุณแม่แฝงแววเอ็นดูมากกว่าที่จะโกรธหรือไม่พอใจ

มิสอุไรพรขออนุญาตซักถามเกี่ยวกับสาเหตุที่คุณแม่ต้องใส่แขนเทียม


เมื่อได้ทราบความจริงทั้งหมดครูสาวก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องจัดการ
เรื่องที่ลูกไม่ยอมรับและไม่เข้าใจแม่นี้โดยเร็ว


หากปล่อยเรื่องนี้ไป...ก็จะเป็นบาปอันหนักยิ่งติดตัวเด็กไปในภายหน้า
ทั้งตัวลูกชายและคนที่ล้อเพื่อนด้วย
ช่วงเย็นวันนั้นมีชั่วโมงลูกเสือแต่ฝนตกหนัก

มิสอุไรพรจึงได้โอกาสนำเรื่องนี้มาเล่าให้นักเรียนฟังในห้องเรียน
เรื่องราวที่ว่านั้น มีดังต่อไปนี้

วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2536หลังวันแม่เพียงไม่กี่วัน...
ครอบครัวหนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวนากุ้งที่จังหวัดสตูล
ครอบครัวนี้ประกอบด้วยคุณพ่อ คุณแม่


และลูกชายอีกสามคนพวกเขาเดินชมนากุ้งไปตามทางเดินซึ่งเป็นคันดิน
ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นของธรรมชาติ
โดยคุณพ่อเดินนำหน้ากับลูกชายคนโตสองคน
ส่วนคุณแม่เดินตามหลังมากับลูกชายคนเล็ก 

ทางเดินที่เป็นคันดินนั้นมีการแบ่งเป็นท้องร่องเพื่อติดตั้งระหัดวิดน้ำ
ซึ่งมีใบพัดทำจากเหล็กสูงจากคันดินราว 25ซม

คุณพ่อและลูกคนโตสองคนก็ข้ามท้องร่องแล้วเดินนำต่อไปข้างหน้า
ไม่มีใครฉุกใจคิดระวังถึงเหตุร้าย 

แต่แล้วลูกชายคนเล็กกลับก้าวพลาดล้มลงไปในท้องร่อง
ขากางเกงเข้าไปติดกับร่องของระหัดวิดน้ำที่กำลังหมุนอยู่
และฉุดขาของลูกทั้งสองข้างเข้าไปในใบพัดเหล็ก
"ถ้าเป็นพวกคุณ น้องตกลงไปอย่างนี้คุณจะทำอย่างไร”
มิสหยุดเรื่องไว้ก่อนเพื่อซักถาม มองหน้าเด็กนักเรียน
ทั้งห้องที่นั่งเงียบกริบ
หน้าซีด โดยเฉพาะ “ลูกชาย” ของคุณแม่ท่านนั้น
"ทุกคนตกตะลึงใช่มั้ย คิดไม่ทันใช่มั้ย
แต่นักเรียนรู้มั้ยว่าคุณแม่ท่านตัดสินใจทำอย่างไร”
คุณแม่ไม่ยอม เสียเวลาคิดอะไรเลย 


ท่านรีบยึดดึงตัวลูกเอาไว้แล้วเอาแขนซ้ายที่ว่างอยู่เข้าไปขวางใบพัดเหล็กไว้ก่อน... 

ใบพัดจึงหมุนเอาแขนของคุณแม่เข้าไป...คนงานที่เห็นเหตุการณ์รีบปิดเครื่องทันที
แต่แรงเฉื่อยทำให้ใบพัดยังหมุนต่อด้วยกำลังแรง...
แรงจนกระชากแขนซ้ายของคุณแม ่ขาดสะบั้นลง! 

คุณแม่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสสติสัมปชัญญะดับวูบลงในทันที
ท้องร่องทั่วบริเวณแดงฉานไปด้วยเลือด...เลือดของแม่... 

ใบพัดเหล็กยังหมุนต่อไปอีกเล็กน้อยและบดเอาขาทั้งสองข้างของลูกชายคนเล็ก 

จนกระดูกหัก...แต่ไม่ขาด
ไม่ขาด...เพราะแขนซ้ายของแม่ขาดแทน...ไม่ขาด...เพราะแม้จะไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ 

มือขวาของคุณแม่ก็ยังยึดตัวลูกเอาไว้แน่น...ไม่ยอมปล่อย... 

คุณพ่อและลูกคนโตทั้งสองคนหันกลับมามองตามเสียงตะโกนเอะอะโวยวายของคนงาน
พร้อมๆกับเสียงกรีดร้องของคุณแม่
ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาช็อกจนแทบสิ้นสติ!
คุณพ่อกระโจนพรวดเดียวถึงตัวคุณแม่และลูกน้อย
แต่...มันสายเกินไปแล้ว!
สิ่งเดียวที่ทำได้คือรีบพาสองแม่ลูกส่งโรงพยาบาลทันที 

ผลของการรักษาคือคุณแม่ต้องใส่แขนเทียมแทนแขนซ้ายที่ขาดไป 

ส่วนลูกคนเล็กที่ขาหักต้องอยู่โรงพยาบาลนานราวสามเดือนจึงสามารถเดินเหินได้เป็นปกติ
มิสอุไรพรกวาดสายตามองไปรอบๆห้องถามขึ้นอีกว่า
“นักเรียนคิดว่าคุณแม่ท่านนี้กล้าหาญมั้ยคะ”
“กล้าหาญมาก” เด็กๆพากันตอบเป็นเสียงเดียวกันพลางพยักหน้า 

หลายๆคนยังหน้าซีดเซียวเมื่อนึกภาพเหตุการณ์ไปตามที่ครูเล่า
มิสมองหน้า “ลูกชาย” ของคุณแม่แล้วบอกต่อว่า
 
“นักเรียนทราบมั้ยว่าคุณแม่ท่านนี้เป็นคุณแม่ของเพื่อนเราในห้องนี้เองไหน
ใครเป็นลูกของคุณแม่ท่านนี้ยืนขึ้นให้เพื่อนเห็นหน่อยสิ”
เด็กนักเรียนคนนั้นยืนขึ้น
ท่ามกลางเสียงปรบมือของเพื่อนทั้งห้อง

"วันนี้เมื่อคุณกลับไปบ้านมิสฝากเรียนคุณแม่ด้วยว่าพวกเราชื่นชม
และยกย่องท่านมากจริงมั้ยพวกเรา”
“จริงครับๆ ใช่ครับๆ” เสียงเล็กๆตอบมาเป็นทางเดียวกัน
“มิสได้ทราบมาว่ามีหลายๆคนไปล้อเลียนเพื่อน ไหน
คนไหนบ้างคะที่เคยล้อคุณแม่เขา
ถ้ามีเราเป็นลูกผู้ชายต้องกล้ารับค่ะ”
มีนักเรียน 3-4 คนยืนขึ้น
สีหน้าของแต่ละคนซีดเซียวอย่างสำนึกผิด
มิสอุไรพรมองหน้าของเด็กกลุ่มนี้อย่างอ่อนโยน ถามว่า
“ดีมากนักเรียน ตอนนี้คุณคงอยากพูดอะไรกับเพื่อนใช่มั้ยคะ”
เด็กชายกลุ่มนั้นเดินเข้าไปโอบกอดคอแล้ว
กล่าวขอโทษเพื่อนด้วยความจริงใจ 

ครูสาวน้ำตาคลอ
ยืนมองภาพนั้นด้วยความปลาบปลื้มยินดีหนักใจอยู่เหมือนกันว่า 
 

หากถามขึ้นมาแล้วไม่มีใครยอมรับว่าเคยล้อเพื่อน...จะทำอย่างไร?

เธอไม่เคยผิดหวังในตัวนักเรียนอัสสัมชัญและจนถึงเวลานี้ก็ยังคงไม่ผิดหวัง 

 
ใครเล่า...จะเข้าใจความเจ็บช้ำขมขื่นในหัวใจเล็กๆของเด็กชายคนหนึ่ง
ที่ถูกเพื่อนล้อเลียนประสาเด็กโดยไม่ทันคิด 

 

หากบัดนี้...ความรักของแม่และน้ำใจของเพื่อนได้สลายปมด้อยในใจ
ของเด็กคนนี้ลงจนสิ้นแล้ว
เหลือเพียงความรักและภาคภูมิใจในตัวคุณแม่เท่านั้น
เมื่อหมดชั่วโมงเรียน มิสอุไรพรได้เรียกตัว “ลูกชาย”
เข้าไปคุยอีกครั้ง
“วันนี้เรามีอะไรในใจที่คิดว่าควรพูดกับคุณแม่มั้ยคะ”

เด็กคนนั้นนิ่งคิดไปชั่วครู่ก่อนจะตอบเสียงสั่นปนสะอื้นไห้ว่า
“ผม...ผมจะไปขอโทษคุณแม่แล้ว...แล้วบอกคุณแม่ว่าผมรักคุณแม่ที่สุดในโลกเลยครับ”
 
 

รู้มั้ยน้ำนมหยดหนึ่งซึ่งไหลมาต้องใช้น้ำตาหยาดเหงื่อสักเท่าไหร่
บอกแม่เถอะนะ บอกทุกวัน ว่ารักท่านมากมาย
กอดแม่เถอะนะ ให้คุ้นเคย กอดเลยไม่ต้องอาย 
 
ก่อนไม่มีแม่ให้กอด...
 
 
 
ปล.และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลนึงที่ทำให้เค้กตัดสินใจไปเรียนที่เอแบค...เพราะเค้กอยากได้สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อจะได้ตอบแทนให้แม่ได้เร็วที่สุดและดีที่สุด
 
ปล.2 นับวันเวลาที่จะได้อยู่กับแม่ของเรานั้นน้อยลงไปทุกที..ทุกที... เค้กจึงอยากประสพความสำเร็จให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้ทันให้แม่ได้เห็นและไม่ต้องกังวนว่าเค้กจะเลี้ยงดูตัวเองได้ไหม....
 
ปล.3 และเค้กก็จะได้งานที่เท่าเทียมกับทางญาติพี่น้องทางบ้านเค้ก....และ....เค้กต้องเหนือกว่าให้ได้...
 
ปล.4เพราะถ้าจะรอไปต่อโทเพื่อที่จะให้ได้งานที่ดีนั้นมันช้าเกินไปสำหรับเค้ก...
 
ปล.5 เค้กก็รู้ว่าจบเกษตรก็มีงานทำ...แต่เค้กไม่ได้หวังแค่มีงานทำ...เค้ก..หวังมากกว่านั้น..
 
*เค้กมีจุดมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่คำว่า "มีงานทำ"*
 
ทุกสิ่งที่เค้กเลือกและตัดสินใจเพื่อคนๆเดียวคือ "แม่..."
 
ps.I want to tell to everybody that I know in ku " I will alway love you and miss you...." ไม่ว่าเวลามันจะผ่านไปนานเท่าไหร่
2006/2/18

ให้เป็นความรู้สำหรับผู้หญิงที่อยากเที่ยว..

เฮ้อออ ชีวิตคนโสด..วันวาเลนทายไม่มีรายทำเลยออกเที่ยว..
 
เอิ้กๆ..ไปไหนอะหรอออ ไปสวีดดั้กคร้าบบบโผมมม
 
2วันเลย...ไอตรงข้ามธรรมศาสตร์นั้นแหละ...
 
วันแรก...มะมาววบีสั่งห้ามกิน...และคนก็เยอะมากกก...
 
เยอะแบบ....มึงไม่ต้องเดินไปไหนมึงอยู่ตรงนั้นก็ได้ไรเงี้ย!!
 
คนหล่อก็เยอะอีกเช่นกานนเอิ้กๆ...
 
ถึงวันวาเลนทายโสดยังไงไปอย่างงี้ได้คู่แน่นอนคริ้กๆ
 
แต่ขอโทดน่ะคู่ในนี้มันควงได้แค่วันเดียวแล้วจากหว่ะ...
 
แต่ถ้าใครได้คู่เฮี้ยๆหน่อยก็เสร็จ...หลงคารมมันก็เสร็จ
 
แต่ก็อะน่ะได้ควงกันถึงเช้าไง...แต่กรณีนี้ไม่มีทางเกิดกันเราเด็จขาดหึหึ
 
*จงรู้ทันและเล่ห์เหลี่ยมให้มากกว่าก็รอดด(แถมได้มากกว่าเสียอีกขอบอก)*
 
อยากทำไรทำเลยไม่ต้องกลัวหรอกว่าเค้าจะจำได้เพราะเราก็จำเค้าไม่ได้เหมือนกัน
 
แต่ถ้าจะทำสิ่งที่เราอยากจะทำขออย่างเดียว ขออย่าให้เราเสียเปรียบเท่านั้นก็พอ...
 
เพราะข้างในนั้นมันเหมือนกับงานแฟนซีใสหน้ากากเดินไปเดินมา...
 
หาคนจิงใจอะหรอไม่มีหรอกเพราะเราก็ยังไม่จิงใจเลยใช้ไหมล่ะ
 
จิงมะ...
 
 
วันที่2ไปกับรุ่นพี่ที่สนิท(และเป็นคนดีมาก)
 
ไม่รู้สิรู้สึกดีอะรู้สึกปลอดภัย
 
ถึงแม้จะไม่มีชายอื่นกล้าย้างกายเข้ามาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
 
มันรู้สึกสบายใจมั้ง...
 
คงเพราะเราไม่ต้องมาคอยระวังภัยมากเหมือนแต่ก่อน
 
และหน้ากากที่ต้องใส่มันก็ไม่ค่อยจำเป็นแล้วนี่....
 
 
*เอาเป็นว่าไปกับคนที่ดีและเราไว้ใจนั้น เป็นการเที่ยวที่สนุกที่สุดและ*
 
และเป็นครั้งแรกที่เราไปเที่ยวและเมาจนเซ...
 
เออ..ลืมบอกว่าโทรไปชวนไอซ์(ที่อยู่มธ)ออกมาเต้นด้วย มันว่ะเพื่อน..
 
เต้นกันอย่างกะคู่เรด 55555++
2006/2/10

ขอโทษที่ต้องจากไป....

ตอนนี้มีทางเลือกอยู่ 3 เส้นทางที่ต้องเลือกเดิน
 
เส้นทางที่1 เรียนที่เดิม (โอกาศมีน้อย)
 
เส้นทางที่2 ไปเอแบค....(โอกาศมีมาก)
 
เส้นทางที่3 ไปมหิดลอินเตอร์ (50 50)
 
ไม่อยากจากแต่จำเป็นต้องจาก....
 
เศร้ามากน่ะ....
 
ดูจิพิมไปจาร้องไห้อีกและ...
 
รักเพื่อนๆพี่ๆที่เกษตรทุกคนน่ะ....
 
แต่อยากจะพูดว่าขอโทษษษ...
 
ขอโทษจิงๆ
 
ขอโทษจากใจ
 
มิตรภาพที่มีให้มันจะไม่ลืมเลือนไปจากใจดวงเล็กๆดวงนี้...
 
ขอบคุณสำหรับความทรงจำดีๆที่เกษตร...
 
ขอบคุณค่ะ...
 
 
 
ปล. มีโอกาศกลับไปเมื่อไหร่จากลับไปเยี่ยมทันที......น่ะ
2006/2/3

too bee จุ๊บๆ the book of thoughts 5 หน้าแรก แต้นๆ

บีบางคำเราไม่รู้ว่าจะเอาภาษไทยว่าอะไรดีอะ...แต่งให้หน่อยละกานน้า....ก็คงมีคำที่พิมผิดด้วยเหมือนกานก็ช่วยหน่อยละกานน้า...
 
 
 
 
                     Chester เข้าร่วมทำงานกับบริษัทมา2ปีแล้ว ตอนนี้เค้าเป็น junior manager ในบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งที่สิงคโปร เขาทำงานในตำแหน่งพิเศษ เขารู้ว่าคนอื่นมักรู้สึกต่อต้านและอิจฉา “เด็กใหม่” ตามที่เขาเรียกกัน เขาก้าวหน้าเร็วมาก ทั้งๆที่คนบางคนอยู่ในตำแหน่งเดิมมาหลายปีแล้ว และเขาก็รู้สึกนะกับรอยยิ้มที่มากับคำโกหก

                      Chester มั่นใจพอสมควรกับภาพลักษณ์ที่ดีของเขา แต่พอเขาพบกับDorothy ความมั่นใจของเขาก็หายไป เขาประทับใจนัยตาที่ฉลาดของเธอ ตอนที่เธออาย และใบหน้าที่น่ารักของเธอ

                      วันนี้เขาเอา figures ไปให้Dorothy ตรวจ และเขาก็เอาไปที่ออฟฟิตของMr. Shaw เจ้านายของเขามักอารมณ์ไม่ดีอยู่เสมอและวันนี้สีหน้าเขาก็ไม่เปลี่ยนไปจากเดิม เขาไม่ชอบที่จะอยู่รอคอยเช็คFigures สายโดยเฉพาะ junior manager เขาไม่ชอมมันอย่างที่สุด

                       ตัวเขาเองก็ไม่ชอบน่ะเมื่อเขาเกิดการผิดพลาด มันดูไม่ดี แต่มันก็ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก วันนี้เขาตัดสินใจที่จะเดินกลับบ้านแทนที่จะกลับโดยรถไฟ ตอนนี้มันก็เย็นมากแล้วแต่ว่าเขาอยากจะเดินเคลียร์ความคิดของเขาหลังจากวันที่ยุ่งวุ่นวายทั้งวัน เขาตัดสินใจที่จะไปกินอาหารเย็นที่Shopping Center ใกล้ๆบ้านเขา เขาต้องการที่จะกินอาหารจีนที่นั้น

                         ขณะที่เขาเดินไปที่ร้านอาหารจีนร้านประจำของเขา เขาเห็นแสงไฟที่ร้านขายของโบราณ เขามักชอบมองเข้าไปที่ร้านนี้เพราะร้านนี้ขายของเก่า เขาหยุดและมองไปที่กล่องที่สุมไปด้วยหนังสือที่ตั้งอยู่หน้าร้าน ที่ร้านติดประกาศว่าร้านปิดจะเปิดอีกทีพรุ่งนี้

                       เขาก้มลงไปดูที่กองหนังสือเก่าๆ เขาเจอหนังสือเล่มหนึ่ง เขาหยิบมันขึ้นมา เจ้าของร้านออกมาเจอก็บอกให้เขาเอาไปได้เลย Chester กล่าวขอบคุณ เอาหนังสือเล่มนั้นใส่กระเป๋าเสื้อแล้วก็เดินเข้าร้านอาหารจีนไป

                        Chester นั่งดื่มเบียร์อยู่ที่โต๊ะ พอข้าวไก่ของเขามาถึงเขาพบว่าไก่ของเขามันยังไม่สุก ข้างในมันยังสีชมพูอยู่เลย เขาเลยสั่งเด็กเสริฟว่า ไก่ยังไม่สุกเขาก็ยังไม่กิน แต่เด็กเสริฟกลับตอบกลับไปว่ามันเป็นเนื้อกึ่งสุก ลูกค้าส่วนมากชอบอย่างนี้ Chester คิดว่าเด็กเสริฟไม่ให้ความเครารพเขาเลย Chester เลยโต้กลับไป เด็กเสริฟไม่พูดอะไรแต่หน้าแดง แล้วเด็กเสริฟก็เอากลับไปที่ห้องครัว

                          ขณะที่Chester รออาหารมื้อนั้นกลับมา เขานึกถึงหนังสือเล่มเล็กที่เขาเอามาได้ เขาหยิบมันขึ้นมาและตรวจดูมัน มันเป็นหนังสือเล่มเล็กๆที่โดยรวมแล้วเก่า ปกทำด้วยหนัง เขาอ่านหัวข้อของมัน ดูเหมือนว่าจะเป็นคนละภาษา แต่พอเขาดูอีกทีมันกลับเป็นภาษาอังกฤษไปซะแล้ว เขาหลับตาอย่างแรงและลืมตาขึ้นมาใหม่ มันก็ยังเหมือนเดิม มันเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า The Book of Thoughts แต่มันไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้เขียน

                          เขาคิดว่ามันคงเหมือนกับหนังสืออื่นๆก็คงจะแนะนำเกี่ยวกับชีวิต เขารู้สึกผิดหวัง เขาพยายามเปิดหนังสือแต่มันล๊อกด้วยโลหะ แต่ทันใดนั้นมันก็เปิดเอง ที่หน้ากระดาษนั้นไม่มีอะไรเขียนเลย

                          พอเด็กเสริฟกลับมาพร้อมกับไก่ของเขา เขากล่าวของคุณ เด็กเสริฟกล่าวรับและยิ้มให้ ทันใดนั้นเค้ามองไปที่หนังสือ มันกลับมีตัวอักษรเขียนว่า “เขาไม่รู้หรอกว่าชั้นได้ใส่อะไรไว้ตอนที่ชั้นรอยู่ในครัว มันจะสั่งสอนเขาที่มาทำให้ชั้นดูโง่”

                            Chester ไม่อยากเชื่ออย่างที่เขาเห็น ไอข้อความนี้มันเป็นความคิดของเด็กเสริฟใช้ไหม?
2006/1/26

สรุปคะแนนกลางภาค.......

อาน่ะไหนๆก็ไหนๆแล้วขอเขียนคะแนนไว้เตือนสติตัวเองหน่อยว่า....
 
อย่ามัวแต่เล่นเน็ต.....ไปอ่านหนังสือซะ....!!
 
 
 
 
อังกิด 37.25 เต็ม 75 มีนประมาณ 50 o(﹏╥)o (#′)
 
Arts of Living 75 เต็ม 100 มีน 63 (´ε`@)ブ
 
Bus Le 29 เต็ม 40 มีน 24ก่าๆ(●´ ●) อันนี้มะด้ายอ่านไปอิอิ
 
บัญชี1 75 เต็ม 90 มีนบ่ทราบเออคองเราลืมดูคะแนนให้แกหว่ะ...( ̄▽ ̄)"
 
Micro 59 มีน60
 
Psycho 92 มีน 85มั้ง.....
 
 
 
อย่าพึ่งได้ใจน่ะไอเค้ก...
เทอมที่แล้วแกดรอปไปหลายวิชา...
แกยังต้องเก็บอีกเยอะ..
 
เข้าใจ๋!!
 
(‵▽′)ψ  
 
แล้วอีกอย่างอังกิดแกห่วยยมากกก....
ไปอ่านเดี๋ยวนี้เลย...
ห้ามดรอป...ดรอปไม่ได้แล้ววว!!    ><
 
 
2006/1/20

งานบายเนี่ย.....

 
งานที่ทำให้คนเรากลายเป็นนางฟ้าและเทพบุตรในพริบตา...
 
อึ้งไปตามๆกันครับ.......
 
ว่าคนเราเปลี่ยนแปลงกันได้ถึงเยี่ยงนี้......
 
โอ้วว....ว้าววว.....
 
ไม่น่าเชื่อว่าถ่ายรูปออกมาแล้วจะดูผอมลงอิอิ......
 
ชอบบบบ  เหลือออ เกินนนน
 
 
 
 
 
จบงานบายเนี่ยก็อ้วนขึ้นทันควัน.... -- --
 
เซ็งเหลือเกิน......
 
คะแนนก็ห่วยยยย.....
 
จบงานนี้แล้วก็ต้องขยันแล้ววว...
 
จาสอบอีกแล้ววววโอ้วววโน้วววว....
 
จ้อดดด.....อิ้งได้แค่37.25เต็ม75
 
ตายห่า.....ถ้ากรูไม่ขยันกรูตายแน่......
 
^^"
 
อดเล่นเอ็มเลย
 
ดูจิชายรินอับspaceถึงไหนแล้วก็มะรุของเค้กยังอยู่ที่เดิมเลยนี่....
 
><"
 
ปายอ่านหนังสือแล้วแง้วๆๆ
 
ปล.วันบายเนี่ยพี่ปราชให้ดอกไม้ด้วยดีจายย....นึกว่าจะไม่มีติดไม้ติดมือกลับซะแล้ววอิอิ...
ปล.2 อยากไปเที่ยวอะ...อยากเต้น....
.
.
.
.
.
.
............................................................................
2006/1/13

บรรลุนิติภาวะแล้วเฟร้ยยย....

โอ้วจอร์ดมันยอดมากกก.....
 
เป็นวันเกิดที่มีความสุขที่สุดเลยยยยย
 
สุขขีๆๆๆๆๆๆ
 
เริ่มต้นด้วยคืนวันพฤหัสไอฝนจับเค้กแต่งหน้า...
 
มานบอกว่าจะซ้อมแต่ง...อิอิ..ผลออกมา...สวยว่ะ...เฮ้ยจิงๆมะด้ายโม้....
 
แล้วเค้กก็ไปเล่นเกมเต้นแบบเหนื่อยโคตร...
 
แล้วก็ไปอาบน้ำ...ซู่ซ่าๆๆๆๆ
 
เกือบๆจาเที่ยงคืน..หิว..เลยเอามาม่าป่าวๆมากินกะบี...
 
พอเที่ยงคืนปรึ้บ....ไอนู๋ฝนกะบีเอากระดาษที่วาดรูปขนมเค้กมาให้...แล้วเอาเทียนไหว้พระอันนึงมาให้เป่า...
 
มานบอกว่าพอดีมานตรงกะวันสอบพอดีเลยมะมีเวลาปายซื้อของให้อะ...
 
แล้วมานก็ไล่เค้กให้ไปหยิบมีดกะจานมา...เค้กก็แบบว่า...งงอะ....มานจาให้เอามีดมาตัดกระดาษเพื่อ..(แกมบังคับอีกน่ะ...)
 
ไอเราก็เดินเข้าไปในครัวกำลังหยิบมีด...มานถือขนมเค้กมา...โอ้ววว....มานบอกว่าแฮปปี้เบิทร์เดย์...(โอ้ววเพื่อนรูมเมทกรูโคตรน่ารักเลย)
 
และอีกอย่างงงงมานคือบูเบอร์รี่ชีตเค้กกกโอ้วววของที่ข้าพเจ้าโปรดดดปรานมากๆ ^^
 
มีคนส่งแมสเสจมามากมาย...แต่รู้สึกจาเหลือแค่ริน ฉั่น ทราย แอนนี่..น้อยจายน่ะเนี้ย....งุมงิม...
 
สรุปคืนนั้นก็ยางมะด้ายเริ่มต้นอ่านบัสลีสักที...เลยตื่นมา6โมงนั่งอ่านถึงเที่ยง....แล้ววิ่งไปสอบ...เหนื่อยแทบตาย..
 
เข้าห้องสายอีกต่างหาก...^^"
 
สอบเสร็จโอ้ว....เก๋ ผิง ฝ้ายย เอา ของขวัญมาให้อ้า....มันคือตุ๊กตาหมูสีชมพูน่ารักมากๆเลย...ขอบคุงน้า...
 
ชายรินบอกจาเลี้ยงเซเว่นเซ็นที่เซ็นทัลก็ปาย....ปายกัน....
 
โหวววได้ของขวัญน่ารักอีกแล้ว...กระต่ายน้อยสีชมพูอา...น่ารักอา....แล้วอีกอย่าง..คนเสริฟหล่อจัง....เอิ้กๆ...
 
โอ้ะ!!ลืมบอกว่าพี่แนนให้ยาทาเล็บสีชมพูน่ารักมั้กๆ
 
เค้าถ่ายรูปให้ด้วย..เป็นตากล้องฝีมือดีมั้กๆ ถ่ายออกมาแล้วดูดีอิอิ...
 
และแล้วเราก็กลับบ้านกะบี..กะผิง..ปล่อยพวกที่เหลือไปเดินสยามกาน...
 
กลับไปแปล้บเดียวไปเอาชุดก็ต้องกลับมาหอใหม่...อาน่ะ..
 
กลับมาก็เลยไปเล่นเน็ตที่แถวแยกเกษตรกะฝน..ถึงตี1ก็กลับมานอนครอกฟรี้ๆๆ
2005/12/30

จาสอบบบแล้ววว.......

มะว่างพิมยาวๆเลยย....พ่อด่า.....o(﹏╥)o
 
( ̄▽ ̄)"ก็เลยพิมสั้นๆเน่าๆ.....อย่าว่ากันเลยเน้อออ....
 
สอบเสร็จเดี๋ยวค่อยพิมเรื่องมันๆให้อ่าน....( ̄ー ̄)
 
 
  ☯‿☯
 
ขอบคุงชายรินที่อุส่านั่งพิมงานให้จนดึกดื่น...
 
ขอบคุณปอเช่ที่เอาเพลงเพราะๆมาให้ฟัง...(เยอะมากยังฟังมะจบแผ่นซักที)
 
ขอบคุณบีเพื่อนรักที่คอยเตือนเค้กเสมอ....
 
ขอบคุณฝนที่ทำให้เค้กมีประสบการชีวิตเพื่มขึ้นอีกมากมาย....
 
ขอบคุณฉั่นที่ทำตัวบ้าๆบอๆให้ขำ...
 
ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆชาวเกษตรทุกคนกับเวลาดีๆที่ผ่านมา1ปี...
 
ขอบคุณเพื่อนเก่าๆที่ไม่เคยทิ้งกัน...
 
ขอคุณพ่อกะแม่ที่คอยให้กำลังใจเสมอแม้กายจะห่างกัน...
 
ขอบคุณเพื่อนๆในเอ็มที่เป็นเพื่อนคุยคลายเหงา....
 
ขอบคุณสำหรับของขวัญปีใหม่ที่หลายๆคนให้มา....
 
 
ขอให้ทุกๆคนที่เค้กรู้จักมีสุขสวัสดิ์กับปีใหม่ข้างหน้านี้....
 
เอาสิ่งเก่าๆที่ค้างคาใจทิ้งไปแล้วเริ่มกันสิ่งใหม่ดีกว่า...
 
สวัสดีปีใหม่คร้า.....(0)
 
 Happy New Year 
 
 
ขอบอกว่าตัดใจได้แล้วแหละ...
 
 
เค้กว่าถ้าให้เลือกระหว่างคนที่เรารักกับคนที่รักเรา... (◡‿◡✿) (◕‿◕✿) (☯‿☯)
เค้กเลือกคนที่รักเราดีกว่า.....อย่างน้อยก็ยังรักเราสักวันความดีของเค้าก็จะชนะใจเราเอง...
แต่ถ้าเลือกคนที่เรารักก็มีแต่ผิดหวังกับผิดหวังเท่านั้น....เหมือนกับเติมน้ำในแก้วที่รั่ว...ไม่มีทางที่มันจะเต็มขึ้นมาได้...
 
 
ป.ล.อ่านหนังสือไม่ทันแล้วววเว้ยยยย!!
 
ป.ล.2 13 มกรานี้ก็20แล้ววว...
 
ป.ล.3 เปลี่ยนสีspacesต้อนรับปีใหม่...เป็นการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆสิ่งใหม่ๆ....
 
ป.ล.4 มีชุดบายเนี่ยแล้ววววเอิ้กๆ
ป.ล.5 ช่วยบอกวันเดือนปีเกิดกานด้วยน่ะจร้า....
2005/12/24

เจ็บ!!...10ประการ...

 
 
 
สาดดดดด!!....เจ็บโคตรรรร!!
 
 
 
 
1.ขาเจ็บเพราะว่าโดนท่อไอเสียมอเตอร์ไซ ลวกขาอีกแล้ว....
 
2.เจ็บหัวเพราะหัวโขกกะขอบเตียง...
 
3.เจ็บปลายตีนเพราะหน้าหนาวเท้าแตกง่าย....
 
4.เจ็บท้องเพราะหิวว.....(อาทิดนี้ลดควมอ้วน...)
 
5.เจ็บหน้าเพราะหน้าแตก....
 
6.เจ็บแผลที่โดนมอเตอร์ไซ
 
7.เจ็บใจที่ดันไปรักเธอ...
 
8.เจ็บจนเบลอจนมองไม่เห็นความจริง...
 
9.เจ็บจนชินเมื่อไม่เคยเข้าถึงใจเธอ...
 
10.เจ็บเพราะเธอไม่เคยรักเราเลย
 
 
 
 
 
 
 
เจ็บทั้งอาทิดเลย!!
 
 
 
 
 
ป.ล.1 ชั้นมันก็แค่คนไม่มีเหตุผล.....
ป.ล.2 เคยได้ยินไหม...คนเจ้าชู้น่ะ....มักมีคนที่เค้ารักที่สุดแค่คนเดียว...
ป.ล.3 ชั้นรู้ว่าเธอคงไม่เข้ามาอ่าน....ชั้นเลยกล้าที่จะพูด....ในนี้...
ป.ล.4 สักวันก็คงลืมได้เหมือนกับคนอื่นๆที่เคยเข้ามา...ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก...
 
 
^^
 
 
 กลับมาบ้านได้กินพายบูเบอร์รี่ ได้กินเค้กบูเบอร์รี่....อาหร่อยจางเลย....
2005/12/16

ข้อความโดนๆจากหนังสือ รักอุ่นๆ จากMoons Family

มีผู้หญิงคนหนึ่ง

หลงรักผู้ชายคนหนึ่งเอามากๆ

เธอมั่นใจว่าเขารักเธอจริงๆ

 

แต่ผู้ชายคนนั้นไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นเลย

เธอไม่ได้เป็นคนสำคัญสำหรับเขาเลย

 

อยู่ที่เดียวกัน   แต่ความคิดและความเข้าใจต่างกัน

 

เราอยู่กับความเข้าใจผิดมากมายขนาดไหน

ฉันคิดว่าบางทีเราไม่รู้ความจริงเลยจะดีกว่า...

 

 

 

รักเขาข้างเดียว...

หากว่าเรารักเพื่อนสนิท    หรือรุ่นพี่

เราก็จะกังวลใจมาก

ถ้าหากรู้ใจกันก็จะไม่มีปัญหา

แต่ถ้าเราทำให้เพื่อนหรือรุ่นพี่รู้ว่าเรารักเขา

มิตรภาพและความรู้สึก

ก็อาจจะเปลี่ยนไปโดยไม่มีเหตุผล

 

 

 

 

ผมไม่อยากตำหนิคนที่หาคู่รักโดยดูจากหน้าตา

มันเป็นเรื่องธรรมดา...

สมมติว่า...

ถ้าเราจะซื้อหนังสือสักเล่ม หรือของกระจุกกระจิกสักชิ้น

เราก็ต้องเลือกแบบที่สวยๆ

มันเป็นเรื่องธรรมดา...

แต่...เราตัดสินคนโดยดูจากหน้าตาไม่ได้หรอก

 

ทำไมคนที่มีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ อ้วนเผละผละ

ต้องมีจิตใจไม่ดีด้วยหรือ

 

แล้วจำเป็นด้วยหรือที่เจ้าหญิงผู้เลอโฉมทั้งหลาย

ต้องมีท่วงท่าอากัปกิริยาที่งดงามไปหมดทุกอย่าง

 

เจ้าหญิงที่ไม่สวยก็มีเหมือนกัน

คนสวยแต่จิตใจไม่ดีก็มีถมไป

ผมหวังว่าเราจะไม่ตัดสินคนโดยดูจากรูปร่างหน้าตาเท่านั้น

 

โดย คิม ฮี มูน

 

*ถ้าเราไม่ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกก็คงจะดี*

 

 

 

เรามักจะเริ่มจากความสมหวังเล็กๆน้อยๆ

เมื่อสมหวังแล้ว

เราก็จะหวังมากขึ้น เพราะความโลภ...

บางทีการที่เราเกียดโลกนี้

อาจเป็นเพราะเราจมปลักอยู่กับความหวังเดิมๆเสมอ

 

 

 

การรักและไม่ได้รักตอบ เป็นทุกข์

แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน

แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้

และต้องมาเสียใจภายหลัง

 

 

 

แปลกน่ะเค้กชอบใครแล้วคนนั้นมักจะไม่ชอบเค้กไม่รู้ทำไม....

และมักจะไปชอบคนที่เค้กรู้จักแทน...ไม่รู้ทำไมอีกเช่นกัน....

 

 

http://www.monrak.net/jukebox_play.php?m=305       <<<<เพลงอยากบอกว่ารัก....